Mastercam Mill

เป็นซอฟต์แวร์ CAD/CAM ระดับโลกที่ออกแบบมาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการกัดชิ้นงาน CNC โดยครอบคลุมตั้งแต่การออกแบบไปจนถึงการสร้างรหัส G-code สำหรับเครื่องจักร

ระดับของผลิตภัณฑ์ (Product Levels)

Mastercam แบ่งระดับซอฟต์แวร์ตามความซับซ้อนของงานกัด:

Mastercam Mill (Entry/Standard)

เน้นงานกัด 2D และ 2.5D เช่น งานเจาะรู (Drilling), งานกัดร่อง (Pocketing) และงานกัดขอบ (Contouring) รวมถึงการกัดผิว 3D ขั้นพื้นฐาน

Mastercam Mill 3D

สำหรับงานแม่พิมพ์และชิ้นงานซับซ้อน รองรับการกัดพื้นผิว (Surface), โซลิด (Solid) และไฟล์ Mesh ที่มีความละเอียดสูง

Mastercam Multiaxis (Add-on)

ส่วนเสริมสำหรับการกัด 4 แกน และ 5 แกน สำหรับงานที่ต้องการความแม่นยำสูงในทุกทิศทาง เช่น ใบพัดเทอร์ไบน์ หรือพอร์ตเครื่องยนต์

รูปแบบลิขสิทธิ์ (Licensing)

สามารถเลือกใช้งานได้ตามความเหมาะสมของงบประมาณ

Perpetual License

ซื้อขาดเพื่อเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ในระยะยาว เหมาะสำหรับการวางแผนงบประมาณคงที่

Subscription License

เช่าใช้งานรายปี (3, 6, 12, 24 หรือ 36 เดือน) เพื่อลดค่าใช้จ่ายเริ่มต้นและมั่นใจว่าจะได้ใช้เวอร์ชันล่าสุดเสมอ

Learning Edition

เวอร์ชันการศึกษาสำหรับเรียนรู้ที่ให้ดาวน์โหลดทดลองใช้ฟรีและแบบลิขสิทธิ์ License ในราคาย่อมเยาว์

Mastercam Mill (2.5 Axis)

เน้นไปที่การกัดชิ้นงานที่มีความสูงคงที่ (Prismatic parts) ซึ่งเป็นพื้นฐานที่สำคัญที่สุดในโรงงานส่วนใหญ่ โดยมีฟีเจอร์เด็ดดังนี้

1. 2D Dynamic Milling (จุดเด่นที่สุด)

เทคโนโลยีที่ช่วยให้กัดงานได้เร็วขึ้นและถนอมเครื่องมือตัด (Cutting Tools) ได้อย่างเหลือเชื่อ

การตัดแบบ Full Depth: สามารถกินลึกได้เต็มความยาวฟันตัด (Flute length) โดยใช้การป้อนด้านข้าง (Stepover) ทีละน้อยแต่รวดเร็ว

ลดการสึกหรอ: ระบบจะคำนวณการเดินทูลเพื่อรักษาค่าแรงตัดและอุณหภูมิให้คงที่ ช่วยยืดอายุการใช้งานทูลได้ถึง 2-3 เท่า Mastercam Dynamic Motion

2. Feature Based Machining (FBM)

ฟีเจอร์กึ่งอัตโนมัติที่ช่วยประหยัดเวลาเขียนโปรแกรม

ตรวจจับอัตโนมัติ: ระบบจะสแกนโมเดล Solid เพื่อหาตำแหน่งรู (Holes), ร่อง (Pockets) และขอบ (Contours)

สร้างทางเดินทูลให้อัตโนมัติ: ตั้งแต่การเลือกดอกสว่านไปจนถึงการกัดหยาบและเก็บละเอียด ช่วยลดงานที่ต้องทำซ้ำๆ ได้มหาศาล Mastercam Mill Overview

3. Smart Hole Making (งานเจาะรูอัจฉริยะ)

Drilling & Tapping: รองรับการเจาะทุกรูปแบบ ทั้งแบบ Peck (คายเศษ), Deep Hole หรือการเจาะแบบคว้าน

Hole Definition: สามารถเลือกรูที่มีขนาดเท่ากันทั้งหมดบนชิ้นงานได้เพียงการคลิกเดียว แม้รูเหล่านั้นจะอยู่คนละระดับความสูงก็ตาม

4. Contour & Pocketing (การกัดขอบและร่อง)

Remachining: ระบบจะตรวจสอบว่ามีเนื้อวัสดุเหลืออยู่ที่มุมใดบ้าง (ที่ดอกกัดตัวใหญ่เข้าไม่ถึง) และจะส่งดอกกัดตัวเล็กเข้าไปเก็บงานเฉพาะจุดนั้นโดยอัตโนมัติ

Lead In/Out: ปรับการเข้า-ออกของทูลได้อิสระ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดรอยบนผิวงาน Mastercam 2D Milling

5. การปาดหน้าและลบคม (Facing & Deburring)

Facing: การปาดหน้าผิววัสดุที่เลือกได้ทั้งแบบ One-way, Zigzag หรือ Dynamic เพื่อความเรียบเนียนสูงสุด

2D Deburr: ช่วยคำนวณการลบคมขอบชิ้นงานโดยอัตโนมัติ ไม่ต้องเสียเวลาเขียนเส้น Contour ทีละเส้น

6. การจัดการ Stock และ Nesting

Stock Awareness: ทูลจะเดินตัดเฉพาะในจุดที่มีเนื้อวัสดุอยู่จริง ไม่เดิน "ตัดอากาศ" (Air cut) ทำให้เสียเวลาน้อยลง

Basic Nesting: ช่วยจัดวางชิ้นงานหลายๆ ชิ้นลงบนแผ่นวัสดุให้ประหยัดเนื้อที่มากที่สุด (เหมาะมากสำหรับงานกัดแผ่น Plate)

บทสรุป :

Mastercam 2.5D เหมาะสำหรับงานประเภท Parts เครื่องจักร, งาน Jigs & Fixtures, และงานแผ่นโลหะ ที่เน้นความรวดเร็วและความง่ายในการตั้งค่า

Mastercam Mill 3D (3 Axis)

เป็นโซลูชันขั้นสูงที่ออกแบบมาเพื่อการผลิตชิ้นงานที่มีรูปทรงซับซ้อน เช่น แม่พิมพ์ (Molds & Dies) และชิ้นส่วนยานยนต์ โดยเน้นที่การควบคุมผิวสัมผัสที่แม่นยำและการลดเวลาการกัดงาน

ฟีเจอร์เด่นในการกัดหยาบและเก็บละเอียด

Dynamic OptiRough: เป็นฟีเจอร์สำคัญที่รวมเทคโนโลยี Dynamic Motion เข้ากับการรับรู้โมเดล 3D ช่วยให้กัดหยาบชิ้นงานทั้งชิ้นเสร็จได้ในการสั่งงานเดียว (Single operation) แทนที่จะแยกทำทีละส่วน

Area Roughing: ฟีเจอร์กัดหยาบที่นิยมใช้งานมากที่สุด ใช้ได้กับงาน 3D ทุกประเภท (Core-Cavity) ใช้งานง่ายและประสิทธิภาพสูง

Rest Milling (Remachining): ระบบจะตรวจหาเนื้อวัสดุที่เหลือจากทูลตัวก่อนหน้าอัตโนมัติ และส่งทูลตัวเล็กลงไปเก็บงานเฉพาะจุด ช่วยลดเวลาการเดินทูลเปล่า

Hybrid Finishing: ระบบอัจฉริยะที่ผสมผสานวิธีการตัดเข้าด้วยกัน โดยจะเปลี่ยนรูปแบบการเดินทูลโดยอัตโนมัติตามความลาดชันของผิวงาน (Slope) เพื่อให้ได้ผิวที่เรียบเนียนที่สุด

Equal Scallop Finishing: ทูลพาทเก็บละเอียดที่นิยมใช้งานมากที่สุด ไร้รอยต่อของทูล รักษาค่าความเรียบผิวได้สม่ำเสมอเท่ากันทั้งบนพื้นราบและพื้นเอียง นี้แค่ส่วนหนึ่งของทูลพาทยังมีให้เลือกใช้งานอีกมากมาย

ขีดความสามารถที่เหนือกว่ารุ่น 2.5D

Multi-Surface Machining: รองรับการกัดงานที่ประกอบด้วยหลายพื้นผิว (Surfaces), Solid models และไฟล์ STL พร้อมกันใน Toolpath เดียว

Model & Stock Awareness: ซอฟต์แวร์จะรับรู้รูปทรงของชิ้นงานและวัสดุคงเหลือตลอดเวลา ทำให้ไม่ต้องกำหนดขอบเขต (Boundary) ด้วยตัวเอง

รองรับงาน 3+2 แกน: สามารถกำหนดทิศทางการเข้ากัดชิ้นงานทีละด้าน (Positional Multi-axis) เพื่อกัดงานในมุมที่ซับซ้อนได้ง่ายขึ้น

การจำลองและการตรวจสอบ

Machine Simulation: จำลองการทำงานของเครื่องจักร 3 แกนแบบเสมือนจริง รวมถึงอุปกรณ์จับยึด (Jig & Fixture) เพื่อตรวจสอบการชนก่อนส่ง G-Code ไปยังเครื่อง CNC จริง

Precision Finishing Filter: มีระบบฟิลเตอร์เพื่อควบคุมความละเอียดของผิวงานและขนาดของไฟล์ NC ให้เหมาะสมกับความสามารถของเครื่องจักร

Mastercam Mill Multiaxis (5 Axis)

เป็นโซลูชันขั้นสูงสุดสำหรับการกัดงานแบบ 4 แกน และ 5 แกน (Simultaneous Multiaxis) ซึ่งช่วยให้คุณสามารถผลิตชิ้นงานที่มีความซับซ้อนสูงได้ภายในครั้งเดียว (Single Setup) โดยมีฟีเจอร์เด็ดดังนี้

1. ฟีเจอร์การเดินทูลแบบ 5 แกน (Multiaxis Strategies)

3+2 Automatic Roughing: การกัดหยาบ 5 แกน ที่รับรู้รูปทรง Stock และอุปกรณ์จับยึด (Jig & Fixture) ช่วยให้กัดหยาบได้อย่างรวดเร็วทุกด้าน และปลอดภัย

Unified Finishing: ทูลพาทเก็บผิวที่กำหนดเองได้ง่าย รวมฟังก์ชันหลายอย่างไว้ในอินเทอร์เฟซเดียว ช่วยให้ผู้ใช้สามารถสร้างเส้นทางการตัดเฉือน 5 แกนที่ซับซ้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพและแม่นยำ

Swarf Milling: ใช้ด้านข้างของทูลกัดผิวงานที่เอียงหรือโค้งบิด เพื่อให้ได้ผิวที่เรียบเนียนและรวดเร็วกว่าการกัดด้วยปลายทูล

Flowline Machining: การกัดผิวงานโดยให้ทูลเดินตามทิศทางของเส้น Flow ของพื้นผิว (Surface) ทำให้ผิวงานสวยงามและต่อเนื่อง นี้แค่ส่วนหนึ่งของทูลพาทยังมีให้เลือกใช้งานอีกมากมายสำหรับงานห้าแกน

2. การควบคุมทิศทางทูล (Tilt Control & Safety)

Collision Control: ระบบป้องกันการชนอัจฉริยะ คำนวณการ "เอียงทูล" (Tilt) อัตโนมัติเพื่อหลบหลีกอุปกรณ์จับยึดหรือส่วนที่ยื่นออกมาของชิ้นงาน

Tool Axis Control: ควบคุมมุมเอียงของทูลได้อย่างละเอียด ไม่ว่าจะเลือกให้เอียงตามจุด, ตามเส้น หรือเอียงตามมุมที่กำหนด เพื่อประสิทธิภาพการตัดสูงสุด

รองรับงาน 3+2 แกน: สามารถกำหนดทิศทางการเข้ากัดชิ้นงานทีละด้าน (Positional Multi-axis) เพื่อกัดงานในมุมที่ซับซ้อนได้ง่ายขึ้น

3. โมดูลเสริมเฉพาะทาง (Specialized Add-ons)

Port Expert: สำหรับงานกัด พอร์ตเครื่องยนต์ (Cylinder Heads) โดยระบบจะคำนวณการเชื่อมต่อระหว่างการกัดจากสองด้านของพอร์ตให้ราบรื่นที่สุดอัตโนมัติ

Blade Expert: ออกแบบมาเพื่อการกัด ใบพัด (Impellers/Blades) โดยเฉพาะ ช่วยลดความยุ่งยากในการตั้งค่าทางเดินทูลที่ซับซ้อนระหว่างใบพัด

4. การจำลองเครื่องจักร (Machine Simulation)

Full Machine Simulation: จำลองการเคลื่อนที่ของเครื่องจักร 5 แกนแบบสมบูรณ์ เพื่อตรวจสอบข้อจำกัดของแกนหมุน (Travel limits) และการเหวี่ยงของโต๊ะงาน ช่วยให้มั่นใจได้ 100% ก่อนเริ่มงานจริง

สรุปความต่าง: ในขณะที่ 3D เน้นงานผิวโค้งบนเครื่อง 3 แกน แต่ Multiaxis จะเข้ามาจัดการเรื่องการเข้าถึงมุมที่ยากลำบากและการกัดงานที่ต้องหมุนชิ้นงานไปพร้อมกัน

Contact us

ต้องการติดต่อเรา? เราให้ความสำคัญกับการตอบกลับทุกคำขอภายใน 24 ชั่วโมง

สายด่วน

02-107-9212

ขอใบเสนอราคา

คลิกที่นี่